พิธีการศุลกากร

หน้าแรก >> คำแนะนำผู้โดยสาร >> พิธีการศุลกากร
กฎหมายและระเบียบพิธีการศุลกากรที่ผู้เดินทางเข้า

       

กฎหมายและระเบียบพิธีการศุลกากรที่ผู้เดินทางเข้า-ออกประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานระหว่างประเทศควรทราบ กรมศุลกากรให้บริการด้านพิธีการศุลกากรแก่ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านเข้ามาในและออกไปนอกราชอาณาจักรไทยผ่านทางท่าอากาศยานดอนเมือง โดยแบ่งการให้บริการออกเป็นพิธีการสำหรับผู้โดยสารขาเข้าและผู้โดยสารขาออก ดังต่อไปนี้
 

พิธีการสำหรับผู้โดยสารขาเข้า

กรมศุลกากรจัดการให้บริการแก่ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามมาตรฐานสากลและหลักการให้บริการ เพื่อความสะดวกราบรื่น (Facilitate of Service) ขององค์การศุลกากรโลก

 

โดยแบ่งช่องตรวจศุลกากรออกเป็นสองช่อง คือ

  1. ช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (Nothing to Declare) หรือช่องเขียว สำหรับผู้โดยสารที่ไม่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ไม่มีสิ่งของต้องห้ามต้องกำกัด
  2. ช่องมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to Declare) หรือช่องแดง สำหรับผู้โดยสารที่มีสิ่งของที่ต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้ามต้องกำกัดติดตัวเข้ามา หรือผู้โดยสารที่ไม่แน่ใจว่าสัมภาระติดตัวของตนนั้นต้องชำระอากรหรือเป็นของต้องห้ามต้องกำกัดหรือไม่

 

ของติดตัวผู้โดยสารที่ได้รับการยกเว้นอากร

  • ของใช้ส่วนตัวที่มีปริมาณสมควรสำหรับใช้ส่วนตนและมีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 20,000 บาท (ซึ่งมิใช่ ของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือเสบียง)
  • ของใช้ส่วนตัว หรือใช้ในวิชาชีพที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากรที่ตั้งอยู่ในสนามบินศุลกากร มีราคารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท
  • ของใช้ในบ้านเรือนที่ผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเนื่องจากย้ายภูมิลำเนา โดยซื้อจากร้านค้าปลอดอากรที่ตั้งอยู่ในสนามบินศุลกากรมีราคารวมกันไม่เกิน 50,000 บาท
  • บุหรี่ไม่เกิน 200 ม้วน หรือ ยาสูบ ไม่เกิน 250 กรัม หรือน้ำหนักรวมทั้งหมดทุกประเภท ไม่เกิน 250 กรัม หากนำมาเกินกว่าปริมาณที่กำหนดโปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องแดง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาตร ไม่เกิน 1 ลิตร

 

ของติดตัวผู้โดยสารที่ได้รับการยกเว้นอากร

  • ของที่ต้องชำระภาษีอากร คือ ของที่ผู้โดยสารนำเข้ามามีปริมาณเกินกว่าที่จะใช้สำหรับส่วนตน และ/หรือมีมูลค่ารวมทั้งหมดเกิน 20, 000 บาท สิ่งของที่นำมาเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อการพาณิชย์ หรือ ทางการค้า หรือมีลักษณะทางการค้า
  • หากของที่ผู้โดยสารนำติดตัวมามีมูลค่ารวมทั้งหมดเกิน 80,000 บาท ผู้โดยสารต้องทำเอกสารปฏิบัติพิธีการศุลกากร
  • ของต้องห้าม คือ ของที่ห้ามไม่ให้นำเข้ามา หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เช่น สารเสพติด วัตถุหรือสื่อลามก ของลอกเลียนแบบละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา ธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ปลอม สัตว์ป่าสงวน การฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น มีไว้ในครอบครองหรือมีไว้เพื่อเสพ หรือเป็นผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ขนส่ง อาจมีโทษถึงประหารชีวิต
  • ของต้องจำกัด คือ ของบางชนิด ที่กฎหมายควบคุมการนำเข้ามา และการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร การนำเข้าและการส่งออกของต้องกำกัด ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องนำมาแสดงในเวลาปฏิบัติพิธีการศุลกากรด้วย ตัวอย่างเช่น

* พระพุทธรูป ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ โดยกรมศิลปากร
* อาวุธปืน กระสุน วัตถุระเบิด โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
* พืช และส่วนต่างๆของพืช โดยกรมวิชาการเกษตร
* สัตว์มีชีวิต และซากสัตว์ โดยกรมปศุสัตว์ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
* อาหาร ยา โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
* ชิ้นส่วนยานพาหนะ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม
* บุหรี่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกรมสรรพสามิต
* เครื่องมือวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์โทรคมนาคม โดยสำนักการอนุญาตกิจการเฉพาะกิจ สำนักงาน คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช)

 

บทลงโทษสำหรับผู้ที่หลีกเหลี่ยงไม่แสดงของต้องห้ามต้องกำกัด

 - ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และ หรือถูกยึดของ ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามี ของต้องชำระอากร
 - ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี และ หรือถูกยึด ของต้องห้ามหรือของต้องกำกัด ที่ไม่มีใบอนุญาตินำเข้า
 - โทษสูงสุด : ปรับ 4 เท่า ของมูลค่าของซึ่งได้รวมค่าอากรไว้ด้วยแล้ว หรือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับทั้งจำ

การสำแดงเงินตราขาเข้า

           ผู้โดยสารสามารถนำเข้าเงินไทย (บาท) ได้โดยไม่จำกัดมูลค่า กรณีนำเข้าเงินสกุลต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์มีมูลค่ารวมแล้วเกินกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐ ต้องสำแดงรายการเงินตราต่างประเทศนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ขณะผ่านด่านศุลกากร หากไม่สำแดง หรือสำแดงรายการไม่ถูกต้อง มีความผิดทางอาญา

 

การฝากเก็บของไว้ในอารักขาศุลกากร (Customs Bond)

              ผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและมีของที่ต้องชำระภาษีอากร ของต้องกำกัดซึ่งไม่ประสงค์จะนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยสามารถนำของดังกล่าวมาเก็บไว้ในอารักขาศุลกากรได้ ณ สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานที่เดินทางเข้ามาเป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยต้องแสดงตั๋วเดินทาง ไปประเทศที่สาม ณ เวลาที่นำของมาฝากและชำระค่าธรรมเนียมในอัตราที่กำหนดด้วยในวันเดินทางออกนอกราชอาณาจักรซึ่งผู้โดยสารสามารถขอรับของ ดังกล่าวคืนโดยแจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินขณะยื่นตั๋วเดินทาง
 

อัตราค่าธรรมเนียมในการรับฝาก น้ำหนักหีบห่อ ค่าธรรมเนียมต่อวัน (บาท)

  1. ไม่เกิน 20 กก. 40
  2. เกิน 20 กก. แต่ไม่เกิน 40 กก. 80
  3. เกิน 40 กก. 150

หมายเหตุ : เศษของวันให้นับเป็น 1 วัน

 

การขอรับของคืนจาก Customs Bond เอกสารที่ต้องนำมาแสดง

  1. หนังสือเดินทาง จำนวน 1 เล่ม
  2. บัตรที่นั่ง (Boarding Pass) จำนวน 1 ใบ
  3. บัตรหมายเลขติดหีบห่อ (TAG) เท่าจำนวนหีบห่อของของที่ฝาก
  4. ใบรับฝากของ (แบบ 466)

 

การนำอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

การนำอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

            การนำเข้า อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนชั่วคราวเพื่อการรักษาความปลอดภัยของบุคคลทางการทูตโดยนำติดตัวเข้าประเทศ การนำเข้า

  • กรมการปกครอง (นายทะเบียนอาวุธปืน) มีหนังสือถึงกรมศุลกากร
  • เจ้าหน้าที่สถานทูตนำ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนมาแสดงต่อ เจ้าหน้าที่ศุลกากร
  • เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตรวจปล่อย การนำออก
  • เจ้าหน้าที่สถานทูตนำ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมอาวุธมาให้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจ
  • เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจปล่อยและตัดบัญชี
  • เจ้าหน้าที่ บจม.ท่าอากาศยานไทย คุมส่งขึ้นเครื่อง

​หมายเหตุ : กรณีมิได้นำเข้าราชอาณาจักร สามารถฝากที่ Customs bond ได้ โดยชำระค่าธรรมเนียมตามระเบียบ

 

 

การนำเข้าอาวุธปืนเพื่อใช้ในการแข่งขัน / ฝึกซ้อมชั่วคราว

การนำเข้าสมาคมฯ ปฏิบัติพิธีการนำเข้าชั่วคราวแทนนักกีฬา โดยยื่นเอกสาร :

  • บัญชีรายชื่อนักกีฬา
  • บัญชีรายการอาวุธปืนและราคา
  • หนังสือค้ำประกัน
  • ใบอนุญาตนำเข้าชั่วคราว
  • เจ้าหน้าที่ศุลกากร ตรวจปืนและสลักการตรวจปล่อย การนำออก
  • สมาคมฯ นำปืนมาให้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจ
  • เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจและสลักรายการ ตรวจปล่อยพร้อมตัดบัญชีและคืนหนังสือค้ำประกัน
  • ส่งมอบอาวุธปืนให้ เจ้าหน้าที่ บจม.ท่าอากาศยานไทยคุมส่งขึ้นเครื่อง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐

 

การนำอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

 

การนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในราชอาณาจักรของผู้โดยสาร

กรณีนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในลักษณะของติดตัวผู้โดยสาร (Accompanied Baggage)

  • ผู้โดยสารเดินทางถึงท่าอากาศยาน ผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง และรับสัมภาระและสัตว์เลี้ยง (สุนัข, แมว)
  • นำสัตว์เลี้ยง (สุนัข, แมว) ไปขออนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักร (ร.7) 
    จากด่านกักกันสัตว์ ณ ท่าอากาศยาน
  • นำสัตว์เลี้ยงและใบอนุญาต มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ช่องตรวจมีสิ่งของต้องสำแดง (Goods to declare) 
    โดยต้องแสดงหลักฐานเพิ่มเติม ดังนี้

 

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐
      
- ใบ Health Certificate และ/หรือ
      
- Pedigree และ/หรือ
      
- หลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงความเป็นเจ้าของเพื่อให้เจ้าหน้าที่พิจารณา



พิธีการสำหรับผู้โดยสารขาออกการสำแดงเงินตราขาออก

            กรณีเงินไทย (บาท) ออกไปนอกราชอาณาจักรได้ไม่เกิน 50,000 บาท ยกเว้นต้องการนำออกไปประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยและประเทศเวียดนาม สามารถนำออกไปได้ไม่เกิน 500,000 บาท

หมายเหตุ : ตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 112/2556 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินไทยที่ควบคุมการนำออกไปนอกราชอาณาจักร คือ การนำเงินตราไทยที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่ารวมกันเกิน 450,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท ออกไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยและประเทศเวียดนาม และประเทศจีน(เฉพาะมณฑลยูนนาน) ต้องแจ้งรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรขณะที่ผ่านด่านศุลกากร โดยแจ้งรายการตามแบบที่กรมศุลกากรกำหนด

            กรณีเงินต่างประเทศสกุลอื่นๆ ที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์ออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 20,000 ดอลล่าร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องสำแดงรายการเงินตราต่างประเทศนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ขณะผ่านด่านศุลกากร

 

การตรวจรับรองสินค้าเพื่อคืนภาษมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VAT Refund for Tourist)

               เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำที่ศุลกากรขาออก ทำหน้าที่ตรวจรับรองสินค้า ที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่ผู้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ จุดตรวจในห้องโถงผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาออก ก่อนที่ผู้โดยสารจะนำของเข้า CHECK IN ที่เค้าเตอร์ของสายการบิน
 

สิ่งที่จะต้องนำเข้ามาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจ

  1. หนังสือเดินทาง
  2. ใบคำร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ.10)
  3. สินค้าที่ซื้อมาและจะขอคืนภาษี

 

สินค้าประเภทอัญมณี ที่ประกอบตัวเรือน หรือของรูปพรรณ ทองรูปพรรณ นาฬิกา แว่นตา หรือปากกา ที่มีราคาตั้งแต่ 10,000 บาท เมื่อนำมาผ่านการตรวจของศุลกากร ณ ท่าอากาศยานแล้ว ให้นำสินค้าดังกล่าวติดตัวนักท่องเที่ยวไปให้เจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจก่อนรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

นักท่องเที่ยวที่มีสิทธิได้คืนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องมีลักษณะดังนี้ คือ

  1. ไม่เป็นผู้ไม่มีสัญญาติไทย และไม่ได้ผู้ที่อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันในปีภาษี
  2. ไม่เป็นนักบิน หรือลูกเรือในสายการบินที่เดินทางออกจากประเทศไทย
  3. เดินทางออกจากประเทศไทยโดยเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ

 

​การนำของใช้ส่วนตัวออกจากประเทศและประสงค์จะนำกลับเข้ามา

               ผู้โดยสารที่ต้องการนำของใช้ส่วนตัวติดตัวออกไประหว่างการเดินทาง เช่น นาฬิกา สร้อยคอ แหวน กล้องถ่ายวีดีโอ กล้องถ่ายรูป วิทยุเทป คอมพิวเตอร์สำหรับพกพา ฯลฯ และประสงค์จะนำกลับมาภายในประเทศโดยได้รับการยกเว้นอากร ผู้โดยสารจะต้องนำของดังกล่าว พร้อมบัตรที่นั่งบนเครื่องบิน (Boarding Pass) หนังสือเดินทาง และตั๋วโดยสาร มาแสดงแก่เจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ที่ทำการขาออก เพื่อบันทึกรายละเอียดและรับสำเนาเอกสารไว้สำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำช่องตรวจสีแดงในวันเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย 
 

ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

  • เป็นของเก่าใช้แล้วและมีจำนวน / ปริมาณพอสมควรแก่ฐานะ
  • มีเครื่องหมาย เลขหมาย (Serial Number)ที่สามารถตรวจสอบได้ง่าย

 

           หากผู้โดยสารมีของที่มิใช่ของใช้ส่วนตัว แต่มีลักษณะเป็นสินค้าในเชิงการค้า เช่น กล้วยไม้ หรือของใช้ชนิดอื่นๆ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรล่วงหน้า เพื่อแนะนำไห้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรขาออกก่อนการเดินทาง

 

การนำพระพุทธรูปออกนอกราชอาณาจักร

               ห้ามไม่ให้ผู้ใดส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร ไม่ว่าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นจะเป็นโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วหรือไม่ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร โดยการขอใบอนุญาตจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2539)

               กรณีที่โบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุที่ขอรับใบอนุญาตส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเป็นพระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนา ผู้รับใบอนุญาตจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรด้วย

               การพิจารณาอนุญาตให้ส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุประเภทพระพุทธรูปหรือรูปหรือรูปเคารพในศาสนาออกนอกราชอาณาจักร จะอนุญาตให้ส่งออกเฉพาะพระพุทธรูปหรือรูปเคารพในศาสนาที่มีสภาพสมบูรณ์ และจะต้องส่งออกไปโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสักการบูชา การศึกษาวิจัย หรือจัดนิทรรศการทางวิชาการเท่านั้น โดยจะไม่อนุญาตให้ส่งหรือนำโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุประเภทพระพุทธรูป หรือรูปเคารพในศาสนาในสภาพที่เป็นชิ้นส่วนออกนอกราชอาณาจักร

 

การซื้อของจากร้านค้าปลอดอากร

             การซื้อสินค้าจากร้านค้าปลอดอากรในเมืองต้องนำออกไปยังต่างประเทศเท่านั้น หากมีการนำกลับเข้ามาภายในราชอาณาจักรอีกจะต้องชำระอากรที่ช่องแดง

 

Online Booking





โรงแรม ที่พัก
ใครว่าต้องจ่ายแพงถึงจะได้ห้องพักดีๆ ไม่จริงเสมอไปค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มีโรงแรมที่พักราคาสบายกระเป๋ารองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวมากมาย จ่ายเพียงเล็กน้อย ก็ได้นอนพักแบบสบายๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกคับคั่ง บนทำเลดี๊ดีกลางกรุง ในราคาที่สมเหตุสมผล (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงแล้วแต่โรงแรม) บ้านดินสอ 2 @ราชดำเนิน ราคาต่อคืน: 550 – 2,000฿ ที่อยู่: ถนนราชดำเนินกลาง เขตพระนคร ข้าวสาร กรุงเทพ ‘บ้านดินสอ 2 @ราชดำเนิน’ เป็นที่พักอีกแห่งของบ้านดินสอ ตั้งอยู่ สี่แยกราชดำเนิน มองเห็นวิวถนนและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเวลายามค่ำคืนจะยิ่งเห็นวิวท้องถนน รถวิ่งกันขวักไขว่อันเป็นเสน่ห์ของถนนสายนี้ ภายในห้องมากไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ของนักท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน สลีป วิททิน โฮเทล ราคาต่อคืน: 800 – 1,100฿ ที่อยู่: ถนนรามบุตรี แขวงชระสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพ ‘สลีป วิททิน’ โรงแรมบรรยากาศดี ติดกับแหล่งช้อปปิ้งและสถานบันเทิงยามค่ำคืน มองความสะดวกสบายแก่ผู้พัก ด้วยการตกแต่งดูอบอุ่นเหมือนบ้าน พร้อมมาตรฐานระดับ 3 ดาวการันตีการพักผ่อนครั้งนี้จะต้องพิเศษกว่าครั้งไหนๆ ดี แอนด์ ดี อินน์ ราคาต่อคืน: 850฿ ที่อยู่: ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพ ‘ดี แอนด์ ดี อินน์’ บูติคโฮเทลขนาดเล็ก ตกแต่งสไตล์ไทยสมัยใหม่ บนถนนข้าวสารสุดคึกคัก เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งสปาบนชั้นดาดฟ้า อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ สระว่ายน้ำกลางแจ้ง รวมถึงห้องอาหาร ที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นและตะวันตกชั้นเลิศที่น่าลิ้มลอง แบงคอก ซิตี้ โฮเทล ราคาต่อคืน: 1,080฿ ที่อยู่: ระหว่างซอยเพชรบุรี10-12 ถนนเพชรบุรี ราชเทวี กรุงเทพ ‘โรงแรม บางกอก ซิตี้’ ที่พักเรียบหรู แต่ดูดีบนถนนเพชรบุรี ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งใจกลางเมืองมากมาย ทั้งเซ็นทรัลเวิร์ล, สยามสแควร์, สยามพารากอน รวมถึงประตูน้ำ ภายในห้องพักก็ตกแต่งอย่างดี สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าพักทุกราย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องชอบ เพราะอยู่ใกล้กับ BTS และ MRT ด้วยนะคะ โอเบอร์รี่ รีสอร์ท ราคาต่อคืน: 1,180฿ ที่ตั้ง: เอกมัยซอย9 ถนนสุขุมวิท63 คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพ ‘โอเบอร์รี่ รีสอร์ท’ ที่พักใจกลางซอยเอกมัย รีสอร์ทเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่ ตกแต่งสไตล์ยูโรเปียนคันทรี ภายในห้องพักจัดแต่งอย่างสวยหวานน่านอน เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศในกรุงเทพ แต่ได้ฟิลลิ่งเหมือนมาพักเขาใหญ่ไม่ผิดเพี้ยน ซีริน แบงคอก เบด แอนด์ เบรคฟาส ราคาต่อคืน: 1,400฿ ที่อยู่: ซอยรัชดาภิเษก 46/1 ถ.รัชดาภิเษก จตุจักร กรุงเทพ ‘ซีริน แบงคอก เบด แอนด์ เบรคฟาส’ ที่พักร่มรื่นใจกลางกรุง แวดล้อมด้วยแมกไม้ใหญ่ มีด้วยกันทั้งหมด 8 ห้องพัก แต่ละห้องตกแต่งน่ารักตามชื่อ ผ่านวิถีชีวิตแบบไทยผสมผสานกับความทันสมัย ไฮไลท์อยู่ที่ห้องน้ำที่มีตุ่มน้ำพร้อมขันไว้ตักอาบ ถูกอกถูกใจชาวต่างชาติที่มาพักเป็นหนักหนาค่ะ นอร์ธเกต รัชโยธิน เซอร์วิส เรสสิเดนส์ ราคาต่อคืน: 1,950฿ ที่อยู่: ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ ‘นอร์ธเกต รัชโยธิน เซอร์วิส เรสสิเดนส์’ โรงแรมเก๋ๆเดินทางแสนสะดวก เพราะใกล้กับห้างเมเจอร์รัชโยธิน ห้องพักทั้ง 140 ห้องมีความแตกต่างกันออกไป แต่มีสิ่งที่เหมือนกันนั่นคือ ‘ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน’ ซึ่งนอกจากความครบครันในตัวห้องพักแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรมอีกมากมายที่มากพอๆกับโรงแรมหรูหรา 5 ดาวเลยทีเดียว เซเว่น โฮเทล ราคาต่อคืน: 2,100฿ ที่อยู่: ซอยสวัสดี (สุขุมวิท31) ถนนสุขุมวิท กรุงเทพ ‘เซเว่น โฮเทล’ โรงแรมไอเดียเจ๋ง ที่รวมสีทั้งหมดใน 7 วันมาไว้ในที่เดียว ภายในมีห้องพัก 6 ห้องกับ 1 ล็อบบี้สีแดง ภายใต้คอนเซปต์ที่บ่งบอกความเป็นไทยอย่างชัดเจน ทั้งลายกนกและรูปภาพความเป็นไทย วัดวาอารามต่างๆ นับเป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยรวมไว้กับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว เท็นเฟส แบงคอก โฮเทล ราคาต่อคืน: 2,290฿ ที่อยู่: ซอยร่วมฤดี2 ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพ ‘เท็นเฟซ แบงคอก โฮเทล’ Best HIP Boutique Hotel in Bangkok จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ การตกแต่งของที่นี่ได้แรงบันดาลใจมากจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ดูดี น่าสนใจ แปลกใหม่ ในราคาที่คุณจ่ายได้ ทำให้นักท่องเที่ยแวะเช็คอินเข้าพักที่เท็นเฟสกันมาก อินน์ อะ เดย์ ราคาต่อคืน: 2,900฿ ที่อยู่: ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพ ‘อินน์ อะ เดย์’ จัดว่าเป็นโรงแรมวิวสวยอันดับต้นๆของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ที่นี่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถมองเห็นวิวของวัดวาอารามทั้งยามเช้าและยามค่ำคืนได้ 180 องศา ภายในตกแต่งเก๋ไก๋ ทันสมัยแต่แฝงกลิ่นอายควมเป็นไทยสอดแทรกอยู่ทุกจุด นับเป็นที่พักในฝันของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ window._taboola = window._taboola || []; _taboola.push({article:'auto'}); !function (e, f, u, i) { if (!document.getElementById(i)){ e.async = 1; e.src = u; e.id = i; f.parentNode.insertBefore(e, f); } }(document.createElement('script'), document.getElementsByTagName('script')[0], '//cdn.taboola.com/libtrc/primeworldsolution-mainsite/loader.js', 'tb_loader_script'); if(window.performance && typeof window.performance.mark == 'function') {window.performance.mark('tbl_ic');} จองที่พักอื่นๆ ในกรุงเทพฯ window._taboola = window._taboola || []; _taboola.push({ mode: 'thumbnails-a', container: 'taboola-below-article-thumbnails', placement: 'Below Article Thumbnails', target_type: 'mix' }); window._taboola = window._taboola || []; _taboola.push({flush: true});
22 พฤษภาคม 2561

โรงแรม ที่พัก
ความหรูหราที่มาคู่กับความสะดวกสบาย ถือเป็นช้อยส์อันดับต้นๆ ของการเลือกจองโรงแรมสักแห่ง ซึ่งสนามบินดอนเมืองนั้น รายล้อมด้วยโรงแรมมากมาย หนึ่งในนั้นคือโรงแรมสุดหรู ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินอีก พบกับ 10 โรงแรมสุดหรูใกล้สนามบินดอนเมือง ที่คุณต้องไปพัก! Pullman Bangkok King Power 21.9 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนรางน้ำ เขตประตูน้ำ กรุงเทพฯ ราคา: 3,000 – 10,000฿ ‘Pullman Bangkok King Power’ โรงแรมไลฟ์สไตล์ใหม่ใจกลางกรุง กับบรรยากาศรีสอร์ทในเมือง ที่เพียบพร้อมด้วยบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และห้องพักสุดหรู นอกจากนี้ยังเนรมิตมื้ออาหารให้คุณได้ลิ้มลอง กับร้านอาหารและบาร์ชั้นนำกว่า 5 แห่งภายในโรงแรม และโปรโมชั่นอีกเพียบที่คุณไม่ควรพลาด Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok 14.1 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนพหลโยธิน เขตพหลโยธิน กรุงเทพฯ ราคา: 2,500 – 11,000฿ ‘‘Centara Grand at Central Plaza Ladprao Bangkok’ โรงแรมสุดหรูที่เพียบพร้อมในทุกด้าน ด้วยห้องพักกว่า 500 ห้อง ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ตกแต่งอย่างหรูหรา ด้านล่างเป็นแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตของกรุงเทพอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว เดินทางสะดวกด้วย MRT และไม่ไกลจาก BTS The Sukosol Hotel 22.1 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ราคา: 2,000 – 12,000฿ ‘The Sukosol Hotel’ หรูหราด้านการออกแบบอย่างอลังการ ตกแต่งสไตล์ไทยร่วมสมัยและบริการะดับ 5 ดาว เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัวหรือแม้แต่คู่รักฮันนีมูน นอกจากนี้ยังมีบริการสปา สระว่ายน้ำ และห้องอาหารสุดหรูให้คุณได้ลิ้มลองความอร่อย ทั้งหมดนี้รวมเป็นที่พักสุดหรูในสไตล์ของสุโกศล ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ Novotel Bangkok Impact 16 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนป๊อบปูลาร์ อ.ปากเกร็ด ราคา: 2,500 – 6,500฿ ‘Novotel Bangkok Impact’ อีกหนึ่งที่พักสุดหรู ที่บริการห้องพักกว่า 400 ห้อง ให้คุณพักผ่อนใจกลางเมือง ภายในห้องพักที่ตกแต่งอย่างลงตัวเพื่อคุณโดยเฉพาะ บรรยากาศด้านในแสนผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกดีตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงห้องพัก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการแสนครบครัน รวมถึงห้องพักที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้พิการ Amari Donmuang Airport Bangkok 1.7 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนเชิดวุฒากาศ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ราคา: 2,000 – 4,000฿ ‘Amari Donmuang Airport Bangkok’ โรงแรมสุดหรูที่ใกล้กับสนามบินดอนเมืองแค่เอื้อม ที่นี่นอกจากความหรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแล้ว ยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดนัดพบยอดนิยที่สุด แถมยังเป็นสถานที่จัดประชุมที่สะดวกสบาย ภายในห้องพักตกแต่งอย่างหรูหรา พร้อมมื้ออาหารค่ำที่เนรมิตค่ำคืนของคุณให้แสนพิเศษ Miracle Grand Convention Hotel 13.4 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ราคา: 1,500 – 6,000฿ ‘Miracle Grand Convention Hotel’ โรงแรมหรูสไตล์โมเดิร์น ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนได้อย่างเต็มรูปแบบ ตัวห้องพักหัวหน้าสู่วิวตระการตาและสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเรียบหรูลงตัว นอกจากนี้ยังมีบริการห้องประชุม สปา และห้องอาหารรสเลิศทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และนานาชาติ Baiyoke Sky Hotel 25.3 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนราชปรารภ เขตประตูน้ำ กรุงเทพฯ ราคา: 1,500 – 5,000฿ ‘Baiyoke Sky Hotel’ ตึกสูงกว่า 88 ชั้น เพราะฉะนั้นการันตีได้เลยว่าวิวของโรงแรมแห่งนี้ไม่เป็นสองรองใคร เพราะนอกจากความหรูหราด้านการตกแต่งแล้ว การชมวิวกรุงเทพในมุมท้อปนั้น นับเป็นประสบการณ์อันแสนพิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ภายในห้องพักตกแต่งอย่างทันสมัยผสมผสานกลิ่นความเป็นเอเชีย เรียกว่าพักที่นี่ที่เดียว ก็ตอบโจทย์ทุกอย่างได้ครบจริงๆ Rama Garden Hotel Bangkok 9 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ราคา: 1,200 – 15,000฿ ‘Rama Garden Hotel Bangkok’ ความหรูที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมือง ที่นี่มอบความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุด ตัวห้องพักกว้างขวาง เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสารพัดกิจกรรมไว้คอยบริการ เมื่อก้าวออกนอกห้องพัก จะพบกับระเบียงชมวิว มองเห็นสนามหญ้า สระบัวและพันธุ์ไม้เขตร้อน Tewa Boutique Hotel 12.8 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: ซอยแจ้งวัฒนะ13 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ราคา: 1,700 – 3,000฿ ‘Tewa Boutique Hotel’ รีสอร์ทสุดหรูสไตล์ไทย บรรยากาศเรือนไทยแบบดั้งเดิม รายล้อมด้วยสวนสวย ภายในตกแต่งอย่างลงตัว แฝงไว้ด้วยความเป็นไทยทุกอณู ทำให้ที่นี่นอกจากถูกในคนไทยแล้ว ยังโดนใจชาวต่างชาติอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการอีกมากมาย Asia Airport Hotel 5.1 กิโลเมตรจากสนามบิน ที่อยู่: หมู่8 ถนนพหลโยธิน กม.28 ลำลูกา กรุงเทพฯ ราคา: 1,400 – 5,000 ‘Asia Airport Hotel’ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจที่ต้องการพักผ่อนและพูดคุยธุรกิจ ที่นี่นอกจากความหรูหราแล้ว ยังมี เลานจ์ ล็อบบี้ ร้านกาแฟที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 05.30 – 01.00 น. เรียกว่าแทบจะ 24 ชม.ทีเดียว นอกจากนี้ยังมีบริการนวดตังแบบไทยๆ สระว่ายน้ำ ห้องอาหารไทยและนานาชาติ ลานโบว์ลิ่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย จองโรงแรมอื่นๆ ในกรุงเทพฯ
22 พฤษภาคม 2561
Booking.com